Bonjour Amsterdam (ุ7) รับมือนักล้วงกระเป๋าที่ปารีส
เรื่องที่น่ากลัวไม่แพ้ค่าใช้จ่ายในปารีสคือ นักล้วงกระเป๋า หรือ pickpocket ที่ชื่อเสียงเลื่องลือมาก
มากจนกลัวเรื่องนี้ขึ้นสมอง แล้วก็ต้องมาใช้เวลาวางแผนรับมือโจรพอ ๆ กับวางแผนเที่ยว (แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองดูไม่น่ามีทรัพย์สินอะไรให้ขโมยก็เหอะ -_-’)
แต่สุดท้ายก็ไม่เสียแรงที่เตรียมตัวไป เพราะได้เจอจริง ๆ ด้วย (ไม่เจอ pickpocket ก็เหมือนไปไม่ถึงปารีสนะ ^^')
เรื่องเล่าของนักล้วง
ก่อนจะไปปารีสมีคนเตือนเรื่องนี้เยอะมาก ๆ ๆ ๆ ๆ
มีกรณีศึกษาเยอะ ทั้งขโมยแบบซึ่งหน้าและแบบที่มาจกจากกระเป๋าไปแบบเนียน ๆ
- คนรู้จักของเพื่อนถูกล้วงเงิน 5 หมื่นบาทจากกระเป๋าถือแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่!!! (ถูกสะกดจิตป่าวเนี่ย)
- อีกคนถูกฉกไอโฟนในมือไปต่อหน้าต่อตาตัวเองและสามี โดยคนร้ายใช้แผนวิ่งมาเขย่าตัวให้ตกใจ แล้ววิ่งหายไปพร้อมโทรศัพท์ (แม้แต่สามีก็ช่วยไม่ทัน!)
- น้องสาวเล่าให้ฟังว่า คนที่บริษัทเวลาไปธุระเรื่องงานที่ปารีส ไม่มีคนไหนไม่โดน บางคนโดนมากกว่า 1 ครั้ง และบางครั้งเกิดขึ้นในรถไฟใต้ดิน!
- แม้แต่เจ้าของ BB ที่เราจองยังเขียนเตือนเรื่องนี้มาในเมล์ตอนจองที่พักเลย (แถมไปถึงแล้วยังช่วยติวให้อีกรอบด้วย ว่าต้องทำตัวยังไงบ้าง)
ปารีสน่ากลัวไปกว่ากรุงเทพฯได้อย่างไร? ไม่อยากจะเชื่อ
และเค้าปล่อยให้เป็นปัญหามานานขนาดนี้ได้อย่างไร (กระทู้เก่า ๆ ในพันทิปก็เตือนเรื่องนี้มาหลายปีละ)
anyway, มันก็เป็นปัญหาของประเทศชาติเค้า
เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่เตรียมตัวเองให้พร้อมได้
วิธีเอาตัวรอดจากนักล้วงกระเป๋า
มีคนแนะนำมาหลายวิธี อย่างเช่น...
- เย็บกระเป๋าลับติดไว้กับเสื้อกล้าม อันนี้มีคนยืนยันว่าเวิร์ค (แต่เราไม่กล้าใช้ เพราะ...หยิบเงินลำบาก 555)
- กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าห้อยคอ อันนี้ก็เวิร์คเหมือนกัน
- ลงทุนซื้อกระเป๋าเป้กันขโมยยี่ห้อ Pacsafe ราคาสูงหน่อย แต่สามารถป้องกันการกรีดกระเป๋าได้ และซิปจะรูดยากมากกกก (เจ้าของกระเป๋าเองยังบอกว่าเหนื่อยเวลาเปิดกระเป๋า 555)
ส่วนเรา หลังจากทำการบ้านหาข้อมูลจนเหนื่อยก็ได้แผนรับมือขโมย แบบนี้...
- เขาว่า pickpocket ชอบล้วงกระเป๋าเงิน และจะเอาไปแต่เงินสด ส่วนพวกบัตรจะโยนทิ้ง เลยตัดปัญหา โยนกระเป๋าตังค์และบัตรเครดิตไว้ก้นเป้ (แถมคล้องสายโยงไว้กับห่วงในกระเป๋าเป้อีกชั้นนึงกันเหนียว)
- เงินที่เอาไปทั้งหมดจะแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้วหยิบออกมาใส่กระเป๋าที่คล้องไว้กับเข็มขัดเท่าที่จะใช้ในแต่ละวัน
- มีกุญแจอันเล็ก ๆ คล้องซิปกระเป๋าเป้ไว้อีกที จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาสะพายไว้ข้างหลัง เลือกกุญแจแบบใส่รหัสตัวเลข จะได้ไม่ยุ่งยาก (มาก) เวลาจะหยิบของ
- ใช้แจ็คเก็ตแบบที่มีกระเป๋าด้านใน เผื่อเอาไว้ใส่โทรศัพท์มือถือ (มันล้วงยากดี)
- ย่านที่เค้าเตือนกันมาว่าอันตราย ก็จะไม่อยู่เที่ยวจนค่ำมืด
เพราะมีเงินน้อยก็เลยต้องเยอะแบบนี้^^
เจอจนได้!!!
แต่ก็ต้องขอบคุณความเยอะที่ทำให้เรารอด
เพราะในที่สุดก็แค่เจอ แต่ก็ไม่โดน^^
เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นแวะไปสักการะร้าน Uniqlo สาขาปารีส ตรง Opéra
(สรุปว่าเป็นเราเองที่เดินไปหาโจร -_-’)
แถวนั้นมีคนเยอะมาก และมีหลายชาติด้วย เพราะเป็นจุดจอดรถ Roissybus ที่วิ่งระหว่างปารีสกับสนามบิน
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย สาวผมดำ 2 คน (ดันผมดำเหมือนคนไทยอีก) ก็แทรกตัวเข้ามาในกลุ่มพวกเราที่ไม่ทันระวังตัวแบบเนียน ๆ
คนนึงมีผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ (เอาไว้บังมือเวลาล้วงกระเป๋า) อีกคนไม่ทันสังเกตว่าแต่งตัวยังไงเพราะเขาเดินประกบอยู่ข้างหลังเราอีกที!
มารู้ตัวกันก็ตอนที่พี่คนที่เดินนำหน้าหันมาเห็นมือใครก็ไม่รู้กำลังจับซิปที่กระเป๋าตัวเองอยู่ เลยก็ตะโกนเตือนให้ทุกคนระวังตัว (พี่เค้าเล่าให้ฟังทีหลังว่ามือเบามาก ถ้าไม่บังเอิญหันมาเห็นเองก็คงไม่รู้ตัวหรอก)
โชคดีอีกอย่างคือพี่คนนี้ใช้กระเป๋าเป้ยี่ห้อ Pacsafe ที่รูดซิปยากเหลือเกินอันนั้นนั่นเอง
ส่วนอีกคนที่อยู่ข้างหลังเรา พี่เค้าบอกว่าตอนที่หันมาตะโกนเตือนนั้นนางกำลังเล็งเป้เราอยู่เลย แต่ก็อย่างที่เตรียมตัวมา เราคล้องกุญแจล็อกซิปไว้เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่พวกเรารู้ตัว สองนางก็อาศัยจังหวะชุลมุน เดินปะปนกับนักท่องเที่ยวหายไปแบบหน้าตาเฉย ส่วนพวกเรา...สติแตกกันทั้งคณะ 555
อย่ากลัวเกินไป
เอาจริง ๆ นั่นเป็นครั้งเดียวที่เจอแบบจัง ๆ (ไม่นับพวกเร่ขายของแถวหอไอเฟลหรือพวกมาถามนู่นถามนี่แถวมงมาตร์ซึ่งดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่)
เที่ยวไปเรื่อย ๆ เราจะรู้เองว่าตรงไหนได้ ตรงไหนไม่ควร
มากจนกลัวเรื่องนี้ขึ้นสมอง แล้วก็ต้องมาใช้เวลาวางแผนรับมือโจรพอ ๆ กับวางแผนเที่ยว (แม้จะค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองดูไม่น่ามีทรัพย์สินอะไรให้ขโมยก็เหอะ -_-’)
แต่สุดท้ายก็ไม่เสียแรงที่เตรียมตัวไป เพราะได้เจอจริง ๆ ด้วย (ไม่เจอ pickpocket ก็เหมือนไปไม่ถึงปารีสนะ ^^')
ป้ายเตือนตรงทางเข้า Louvre
ป้ายเตือนใน Louvre (ยังตามมาอีก!!!)
เรื่องเล่าของนักล้วง
ก่อนจะไปปารีสมีคนเตือนเรื่องนี้เยอะมาก ๆ ๆ ๆ ๆ
มีกรณีศึกษาเยอะ ทั้งขโมยแบบซึ่งหน้าและแบบที่มาจกจากกระเป๋าไปแบบเนียน ๆ
- คนรู้จักของเพื่อนถูกล้วงเงิน 5 หมื่นบาทจากกระเป๋าถือแบบไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเมื่อไหร่!!! (ถูกสะกดจิตป่าวเนี่ย)
- อีกคนถูกฉกไอโฟนในมือไปต่อหน้าต่อตาตัวเองและสามี โดยคนร้ายใช้แผนวิ่งมาเขย่าตัวให้ตกใจ แล้ววิ่งหายไปพร้อมโทรศัพท์ (แม้แต่สามีก็ช่วยไม่ทัน!)
- น้องสาวเล่าให้ฟังว่า คนที่บริษัทเวลาไปธุระเรื่องงานที่ปารีส ไม่มีคนไหนไม่โดน บางคนโดนมากกว่า 1 ครั้ง และบางครั้งเกิดขึ้นในรถไฟใต้ดิน!
- แม้แต่เจ้าของ BB ที่เราจองยังเขียนเตือนเรื่องนี้มาในเมล์ตอนจองที่พักเลย (แถมไปถึงแล้วยังช่วยติวให้อีกรอบด้วย ว่าต้องทำตัวยังไงบ้าง)
ปารีสน่ากลัวไปกว่ากรุงเทพฯได้อย่างไร? ไม่อยากจะเชื่อ
และเค้าปล่อยให้เป็นปัญหามานานขนาดนี้ได้อย่างไร (กระทู้เก่า ๆ ในพันทิปก็เตือนเรื่องนี้มาหลายปีละ)
anyway, มันก็เป็นปัญหาของประเทศชาติเค้า
เราเปลี่ยนอะไรไม่ได้ แต่เตรียมตัวเองให้พร้อมได้
วิธีเอาตัวรอดจากนักล้วงกระเป๋า
มีคนแนะนำมาหลายวิธี อย่างเช่น...
- เย็บกระเป๋าลับติดไว้กับเสื้อกล้าม อันนี้มีคนยืนยันว่าเวิร์ค (แต่เราไม่กล้าใช้ เพราะ...หยิบเงินลำบาก 555)
- กระเป๋าคาดเอว กระเป๋าห้อยคอ อันนี้ก็เวิร์คเหมือนกัน
- ลงทุนซื้อกระเป๋าเป้กันขโมยยี่ห้อ Pacsafe ราคาสูงหน่อย แต่สามารถป้องกันการกรีดกระเป๋าได้ และซิปจะรูดยากมากกกก (เจ้าของกระเป๋าเองยังบอกว่าเหนื่อยเวลาเปิดกระเป๋า 555)
เป้ Pacsafe
ส่วนเรา หลังจากทำการบ้านหาข้อมูลจนเหนื่อยก็ได้แผนรับมือขโมย แบบนี้...
- เขาว่า pickpocket ชอบล้วงกระเป๋าเงิน และจะเอาไปแต่เงินสด ส่วนพวกบัตรจะโยนทิ้ง เลยตัดปัญหา โยนกระเป๋าตังค์และบัตรเครดิตไว้ก้นเป้ (แถมคล้องสายโยงไว้กับห่วงในกระเป๋าเป้อีกชั้นนึงกันเหนียว)
- เงินที่เอาไปทั้งหมดจะแบ่งเป็นส่วน ๆ แล้วหยิบออกมาใส่กระเป๋าที่คล้องไว้กับเข็มขัดเท่าที่จะใช้ในแต่ละวัน
ไม่ชอบกระเป๋าคาดเอวที่เค้าทำขายเพราะมันดูเทอะทะก็เลยทำกระเป๋าคล้องเข็มขัดแบบ DIY
โดยใช้กระเป๋าใบเล็ก ๆ เบา ๆ ที่ซื้อจากร้าน 60 บาท มาเย็บริบบิ้นเพิ่มเข้าไป ทำเป็นที่คล้อง
- มีกุญแจอันเล็ก ๆ คล้องซิปกระเป๋าเป้ไว้อีกที จะได้ไม่ต้องกังวลเวลาสะพายไว้ข้างหลัง เลือกกุญแจแบบใส่รหัสตัวเลข จะได้ไม่ยุ่งยาก (มาก) เวลาจะหยิบของ
ถึงจะเป็นกุญแจโง่ ๆ ก็ช่วยได้นะ
- ย่านที่เค้าเตือนกันมาว่าอันตราย ก็จะไม่อยู่เที่ยวจนค่ำมืด
เพราะมีเงินน้อยก็เลยต้องเยอะแบบนี้^^
เจอจนได้!!!
แต่ก็ต้องขอบคุณความเยอะที่ทำให้เรารอด
เพราะในที่สุดก็แค่เจอ แต่ก็ไม่โดน^^
เรื่องมีอยู่ว่าวันนั้นแวะไปสักการะร้าน Uniqlo สาขาปารีส ตรง Opéra
(สรุปว่าเป็นเราเองที่เดินไปหาโจร -_-’)
แถวนั้นมีคนเยอะมาก และมีหลายชาติด้วย เพราะเป็นจุดจอดรถ Roissybus ที่วิ่งระหว่างปารีสกับสนามบิน
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย สาวผมดำ 2 คน (ดันผมดำเหมือนคนไทยอีก) ก็แทรกตัวเข้ามาในกลุ่มพวกเราที่ไม่ทันระวังตัวแบบเนียน ๆ
คนนึงมีผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ (เอาไว้บังมือเวลาล้วงกระเป๋า) อีกคนไม่ทันสังเกตว่าแต่งตัวยังไงเพราะเขาเดินประกบอยู่ข้างหลังเราอีกที!
มารู้ตัวกันก็ตอนที่พี่คนที่เดินนำหน้าหันมาเห็นมือใครก็ไม่รู้กำลังจับซิปที่กระเป๋าตัวเองอยู่ เลยก็ตะโกนเตือนให้ทุกคนระวังตัว (พี่เค้าเล่าให้ฟังทีหลังว่ามือเบามาก ถ้าไม่บังเอิญหันมาเห็นเองก็คงไม่รู้ตัวหรอก)
โชคดีอีกอย่างคือพี่คนนี้ใช้กระเป๋าเป้ยี่ห้อ Pacsafe ที่รูดซิปยากเหลือเกินอันนั้นนั่นเอง
ส่วนอีกคนที่อยู่ข้างหลังเรา พี่เค้าบอกว่าตอนที่หันมาตะโกนเตือนนั้นนางกำลังเล็งเป้เราอยู่เลย แต่ก็อย่างที่เตรียมตัวมา เราคล้องกุญแจล็อกซิปไว้เรียบร้อยแล้ว
ทันทีที่พวกเรารู้ตัว สองนางก็อาศัยจังหวะชุลมุน เดินปะปนกับนักท่องเที่ยวหายไปแบบหน้าตาเฉย ส่วนพวกเรา...สติแตกกันทั้งคณะ 555
อย่ากลัวเกินไป
เอาจริง ๆ นั่นเป็นครั้งเดียวที่เจอแบบจัง ๆ (ไม่นับพวกเร่ขายของแถวหอไอเฟลหรือพวกมาถามนู่นถามนี่แถวมงมาตร์ซึ่งดูไม่ค่อยน่าไว้ใจเท่าไหร่)
เที่ยวไปเรื่อย ๆ เราจะรู้เองว่าตรงไหนได้ ตรงไหนไม่ควร
จากวันแรกที่ไม่กล้าหยิบกล้องหรือโทรศัพท์มาแชะรูปในสถานีรถไฟ วันหลัง ๆ จะเริ่มมีวิจารณญาณมากขึ้น
ก็อย่างที่นักเดินทางเค้ามักจะบอก ๆ กันนั่นแหละ "อย่าขี้กลัวเกินไป" (เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกเปล่า ๆ)
ก็อย่างที่นักเดินทางเค้ามักจะบอก ๆ กันนั่นแหละ "อย่าขี้กลัวเกินไป" (เดี๋ยวจะเที่ยวไม่สนุกเปล่า ๆ)
คุณตำรวจ!
และหลาย ๆ ที่ที่ชอบเกิดเรื่องแบบนี้ ทางการเค้าก็รู้ เลยจัดตำรวจมาคอยตรวจเข้ม อย่าง สถานีรถไฟ หอไอเฟล มงมาตร์ ฯลฯ ขนาดเราไม่ใช่มิจฉาชีพ เห็นแล้วยังกลัวเลย (ว่าแต่ วันหลังคุณตำรวจแวะมาแถว Opéra มั่งนะ 555)
Comments